ระยะหลังๆ มานี่ เพื่อนชายคนหนึ่งมีอาการแปลกๆ อย่างเห็นได้ชัด คือ ขี้หงุดหงิด ตื่นตระหนก หวาดกลัว ขวัญเสีย โศกเศร้า และหดหู่ วันหนึ่งเขาจึงเปิดเผยด้วยความอัดอั้นตันใจ ถึงที่มาของอาการประสาทแดกเหล่านี้
เขากำลังจะอายุขึ้นเลขสาม- - อีกไม่กี่เดือนเขาก็จะอายุครบสามสิบปีบริบูรณ์ ฉันฟังแล้วร้อง-อ๋อ...อย่างเข้าอกเข้าใจ และร้อง-โถ...โถ...โถ...ด้วยความเวทนาเพื่อน แน่นอน-ใครๆ ก็กลัวการมีอายุขึ้นเลขสาม มันเป็นสิ่งที่น่าเกลียด มันเป็นสิ่งที่โหดร้าย ทำไมพระเจ้าต้องสร้างให้คนเรามีวันที่อายุขึ้นเลขสามด้วย ทำไมเราไม่สามารถอยู่ในวัยยี่สิบ และเป็นหนุ่มเป็นสาวไปตลอดกาล มันเหมือนกับการเดินขึ้นแท่นประหาร มันเหมือนการขุดหลุมฝังชีวิตหนุ่มสาวของตัวเอง และสำหรับหญิงที่ยังไม่มีแฟนด้วยแล้ว การอายุขึ้นเลขสามคือความอับอายขายขี้หน้าอย่างที่สุด มันคือวันสิ้นโลกเมื่อคุณอายุขึ้นเลขสาม เขาจะไม่พิจารณาว่าคุณเป็นวัยหนุ่มสาวอีกต่อไป เขาจะเรียกคุณว่า ‘ผู้ใหญ่’- - คำที่แสนจะน่าเกลียด นั่นหมายความว่า ความผิดพลาดต่างๆ ที่คุณเคยทำในช่วงวัยหนุ่มสาว และผู้คนให้อภัยคุณ โดยบอกว่า “เอ้ย...ไม่เป็นไร มันยังเด็ก ไม่มีประสบการณ์…” เมื่อมาถึงวัยเลขสาม เวลาคุณทำผิดพลาด เขาไม่อ้างอย่างนั้นอีกแล้ว เขาจะด่าคุณว่า คุณทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตเพื่อนคนนี้ตีโพยตีพายว่า เขาจะอายุสามสิบอยู่รอมร่อแล้ว เขาไม่มีอะไรเลย เขาไม่มีรถยนต์ ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง เงินเก็บก็ไม่มี ไม่มีกิจการเป็นของตัวเอง ไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก เขารู้สึกว่า เมื่ออายุสามสิบ เขาควรจะมี ‘อะไรๆ’ เขาไม่มีสิ่งที่ว่าเหล่านั้น เขารู้สึกว่างเปล่า เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง“การมี ‘อะไรๆ’ นั้นตัดสินจากอะไรเล่า?” ฉันถาม “ถ้าตัดสินจากรถยนต์ บ้าน เงินเก็บ และอะไรพรรค์นั้น จะบอกอะไรให้- -ตัวฉันก็ด้วยนั่นแหล่ะ- -ที่ไม่แคล้วต้องถูกเหมาว่าเป็นคนล้มเหลว อยู่ในประเภทเดียวกับเธออย่างไม่ต้องสงสัย เพราะฉันก็ไม่มีอะไรๆ อย่างที่เธอว่ามาเลยซักอย่างเดียว”“ทำไมเธอจึงประมวลคุณค่าชีวิตของตนจากวัตถุและเงินเล่า ทำไมเธอไม่คิดบ้างว่า เธอได้ประสบความสำเร็จในแง่ของการใช้ชีวิต ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งได้อย่างเต็มที่สมกับที่เกิดมา คิดดูซิ เธอได้เดินทางท่องเที่ยวไปที่ต่างๆ เกือบจะรอบโลกอยู่แล้ว ในขณะที่คนบางคนตลอดทั้งชีวิต ไม่เคยแม้แต่จะมีโอกาสก้าวออกไปนอกบ้านเกิดเมืองนอน เธอได้ไปอยู่ที่อินเดียสองเดือน ได้เห็นสัจธรรมของชีวิตที่นั่นอย่างที่เธอบอก เธอเคยเป็นทั้งพนักงานล้างจานและเคยเป็นครูมีคนยกย่องนับถือ เธอเคยสูดโคเคนแล้วหมดสติเกือบตาย ทำให้รู้จักประสบการณ์เฉียดตาย เธอเคยพยายามฆ่าตัวตาย และมีคนมาช่วยไว้ได้ เธอเคยนอนกับกะเทยแปลงเพศและเธอเคยมีเซ็กซ์กับผู้ชาย เธอได้รู้จักความรัก มีผู้หญิงที่รักเธอ และเธอก็บอกว่านั่นคือรักแท้ของเธอในขณะที่คนหลายคนตั้งแต่เกิดจนตายไม่เคยพานพบความรักเลย ทำไมเธอไม่ตระหนักบ้างเล่าว่า ประสบการณ์เหล่านี้ต่างหากเล่า ที่มีค่ายิ่งกว่าวัตถุและเงินทองต่างๆ มากมายนัก เธอมีประสบการณ์ชีวิตอันมีค่าที่จะติดตัวเธอไปจนตาย หาใช่ว่าเธอเป็นคนไม่มีอะไร มีแต่กระเจี๊ยวเสียที่ไหนเล่า”อีตาเพื่อนนั่งฟังเงียบ เขาอาจจะไม่เชื่อฉันเลย คงคิดว่าฉันพยายามปลอบใจเขา และคงคิดว่าฉันน่าจะได้รับรางวัลบุคคลผู้มองโลกในแง่ดีแห่งปี แต่ฉันกลับไม่เคยคิดว่าเป็นคนล้มเหลวเลย จริงๆ แล้วฉันคิดว่าเขาเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตอย่างที่น่าอิจฉาด้วยซ้ำไปสำหรับฉัน – ผู้ซึ่งอายุเพิ่งขึ้นเลขสามมาสดๆ ร้อนๆ นี่เอง แม้ฉันจะอกสั่นขวัญแขวนกับการมาถึงของเลขสาม แต่ลึกๆ แล้วมันกลับนำบางสิ่งบางอย่างที่วิเศษพ่วงมาด้วยเมื่ออยู่ในช่วงวัยรุ่น ฉันก็เป็นวัยรุ่นขี้หงุดหงิด และไม่เข้าใจอะไรเลย - - เหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆ ที่ตั้งคำถามเอากับทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ได้ดั่งใจว่า...ทำไม ทำไม ทำไม แต่ครั้นมาถึงช่วงวัยสามสิบ คุณสามารถมองโลกด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้น แทนที่จะถามด้วยความสงสัยและขี้โกรธว่า ‘ทำไม’ คุณจะพยายามมองหาเหตุผลว่า... ’เพราะอะไร’ในช่วงวัยรุ่น ฉันก็สับสนค้นหาคำตอบต่อโลกและชีวิตตัวเองไม่เจอ - - เหมือนวัยรุ่นอีกทั่วโลก แต่เมื่อคุณมาถึงอายุสามสิบ คำถามชีวิตต่างๆ หลุดไปทีละเปลาะสองเปลาะ คุณเริ่มรู้ว่าคุณต้องการอะไรในชีวิต และคุณต้องการให้ชีวิตของคุณไปในทิศทางใด มันชัดเจนขึ้น เหมือนกับคุณเดินคลำสะเปะสะปะอยู่ในห้องมืดๆ ทันใดนั้น คุณคลำเจอสวิทซ์ไฟห้องนั้นพลันสว่างขึ้นทันตาเห็นเรื่องหน้าตาและรูปลักษณ์ภายนอกที่เคยสำคัญนักหนาสำหรับคุณเมื่อตอนเป็นวัยรุ่น เมื่อมาถึงวัยสามสิบ คุณกลับตระหนักว่ามันไม่มีความสำคัญเท่าไหร่อีกต่อไป – อย่างน้อยมันไม่สำคัญไปกว่าเรื่องการงานและการสร้างครอบครัว หน้าจะเหี่ยวไปสักหน่อยจะเป็นไรไป อย่างมากก็แค่ต้องเสียตังค์เพิ่มขึ้นเพื่อซื้อครีมแพงๆ เท่านั้นเองความมหัศจรรย์ที่ฉันได้ค้นพบนี้ - - มันมาพร้อมกับเลขสามถ้าการอายุขึ้นเลขสาม หมายถึงการที่จะมีใบหน้าเหี่ยวลง แต่กลับฉลาดขึ้น - -จริงดังที่เขาว่ากันละก็...จงต้อนรับการมาถึงของเลขสามด้วยความยินดีกันเถิด Editor’s letter : 05/2003From POP Magazine No.78
ทักทายๆๆคนน่ารัก....Have a nice day...